สวัสดีค่ะ วันนี้มาพบกับฟิคนรกครั้งแรก (?)....... ของอีคุมัน =[]=!!! ม่ายยยยยย !!!! อีคุหาเรื่องทั้งปีแหละค่ะ =w= มาชี้แจงกันก่อนนะค่ะทุกคน X9
ชี้แจงของอาต้า (Samanta) ค่ะ :
http://rapinsamanta.exteen.com/20060511/entry
ชี้แจงๆๆๆๆ>3< (สำหรับของเรานะค่ะ)
เรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้นะค่ะ หุหุ เป็นฟิคนรกระหว่างเรากับพี่ (Samanta) ค่ะ เกี่ยวกับหนุ่มแว่นแหละสาวแว่นที่เราชอบค่ะ หึหึหึ แล้วแต่ล่ะคนนะค่ะ จะแต่งมั่วกันสดๆ (ฮาๆๆๆ) สลับกันทุก 2 อาทิตย์ค่ะ ^^~ (แต่ระวังอีนี้กะพี่มันตัวดองเค็ม !!!) ฟิคชั่นนี้ตอนแรกอาจจะธรรมดาเป็นรักโรแมนติก แต่ๆๆๆ อาจจะมีบางที่มันออกทะเลค่ะ หึหึหึ แล้วก็อาจจะมีการดักคอกันเกิดขึ้น =__,=+ หึหึ(ใครดักใครฟระ)เพราะงั้นการใช้ภาษาจะไม่เหมือนกันนะค่ะ
แล้วแต่ละตอนจะมีรูปแสดงตัวละคร(ออกแนวภาพประกอบฟิคแต่ไม่ใช่ค่ะ ภาพตามใจฉันโฮะๆๆแต่เป็นตัวละครในเรื่องค่ะ)เพราะงั้นเราจะมีงานเพิ่มขึ้นอีก 5555+(หัวเราะทำไม = =)อาจจะออกเป็นหนังสือเมื่อมุขหมด กร๊าซซซ ไม่มีไรจะอ่านนั้นแหละค่ะ โฮะๆๆๆๆๆ
จากใจอยากผู้อ่านอ่านกันเยอะๆค่ะ ^^~ ไม่เม้นไม่ว่างค่ะแต่อยากจะให้อ่านค่ะ ^^ แหะๆๆๆ
ไม่ว่าเสียงตอบรับจะเป็นยังไงเราก็จะแต่งต่อไปค่า~~~ กร๊าซซซซซ (ความบ้ายังคงจะอยู่กับเราค่ะ อาเมน)
แว่นตาจงเจริญค่ะ !!!!(ใครใส่คอนแทกค์บ้านบึ้มค่ะ !)
ลิงค์ของตอนแรกค่ะ(จากบลอคของอาต้าค่ะ) ^^~[ สปอยนิดๆเป็นมุมมองของนางเอกค่ะ ] : http://rapinsamanta.exteen.com/20060511/entry-1
[ส่วนนี้เป็นมุมมองของพระเอกเราค่ะ ]เอาล่ะค่ะมาต่อตอนสองกันเลยนะค่ะ
ตอนที่ 2 และเราก็พบกัน....
ฤดูร้อนของเดือนมิถุนาของญี่ปุ่นแถบจะทำให้ผมเป็นบ้า มันร้อน.....ร้อนจริงๆ แต่....มันก็ช่วยทำให้ผมลืมเรื่องบางเรื่องไปได้ ผมชอบฤดูหนาว แต่ ... มันกลายเป็นว่าทำให้ผมเกลียดมันไปซะแล้ว
ทำไมน่ะหรอ !?
....... ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่หน้าคิดถึงเลยนะ ........
ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้โต๊ะสีขาวอ่อนตรงระเบียง เหม่อมองที่อยู่อาศัยของชาวญี่ปุ่นอย่างหมดอาลัย
ทำไม ..... ทำไมต้องเป็นแบบนั้นนะ
เรา .... ทำไมต้องเกิดมาเป็นพี่น้องกัน !!!
ผมพลุบลงกับโต๊ะอย่างเหนื่อยอ่อน ผมไม่อยากคิดถึงมันอีกแล้ว ..... ผมเหนื่อยกับมันแล้ว
และแล้ว ..... เสียงโทรศัพท์ก็ทำให้ผมหลุดจากพวังค์
... จะว่ามันเป็นเสียงสวรรค์หรือเสียงเรียกจากนรกดีนะ ....
ผมขยับกรอบแว่นแล้วจึงลุกขึ้นเดินไปรับโทรศัพท์ ผมกรอกเสียงลงไปอย่างเบื่อหน่าย
ครับ ... สวัสดีครับ
เฮ้ย !... นั้นแกใช่ไหมว่ะ ไอ้มิน เขาพูดอย่างร่าเริงแต่ไม่เสนาะหูคนฟังซะเลย
อา...ฉันเอง แกมีอะไร? ผมตอบไปอย่างหงุดหงิด
นี้มันเสียงของนรกชัดๆ !!
ฉันสายันต์เองนะโว้ย ! มีเรื่องอยากให้แกช่วยว่ะ
แกขอร้องชาวบ้านอย่างงี้หรอว่ะ
โธ่....แกจะไม่คิดอะไรมากล่ะ งานนี้แกได้ตัวเยอะนะเฟ้ย ! สนใจเปล่า~~
มันจะมาไม้ไหนอีกเนี่ยะ ผมไม่อยากจะเชื่อใจมันเลยตอนนี้ ถึงมันจะเป็นคนต่างชาติที่เชื่อใจได้ร้อยเปอร์เซ็นก็เถอะ
เงียบทำไมล่ะตอบเซ่ ! ผมเงียบไปสักพัก ก่อนจะถามมันต่อ
จะให้ทำอะไรล่ะ ?
เล่นเปียโนให้เพื่อนเราหน่อย
เปียโน ? ผมถามอย่างงงงวย อะไรของมัน
แกเคยเล่นไม่ใช่หรอ ไม่รู้แหละ เราตอบตกลงเขาไปแล้ว
หา ? ไอ้บ้า แกตอบไปโดยไม่ได้ถ้าข้าเนี่ยะนะ
เอ่อสิว่ะ ! เพราะคิดยังไงแกก็ต้องตอบตกลง
โอ้ !.... นรกจริงๆมันบอกกับตกลงกับคนอื่นโดยที่ผมไม่รู้เห็นเนี่ยะนะ
ไม่ !....ข้าจะไม่เล่น ผมปฎิเสธทันที
ไม่ได้นะโว้ย ตอบตกลงไปแล้ว ถ้าแกไม่ไปฉันจะประจานเรื่องน่าอายของแก หึหึหึ ฉันใหญ่นะเฟ้ย
ไอ้เวร แกจะฆ่าฉันหรือไง เอาสิมันทำให้ผมชักหงุดหงิดอีกแล้ว
เอ่อ....แกไม่พูดอะไรถือว่าแกตกลงแล้วกัน แค่นี้แหละ แล้วจะมาบอกสถานที่ทีหลังนะ ผมยังไม่ทันจะได้ด่ามัน มันก็วางโทรศัพท์ไปซะแล้ว
ชิ ... ถ้าฆ่าคนไม่บาปผมจะฆ่ามันเป็นคนแรกเลย
ถึงมันจะเก่งแต่มันก็เป็นน้องผมหลายปี ไม่มีความเคารพกันเลยไอ้เด็กเปรต ! มันเป็นเด็กไทยแต่ด้วยความอัฉริยะมันเคยมาเป็นเด็กแลกเปลี่ยนที่โรงเรียนผมตอน ม. ปลาย มันอยู่ ม. ต้น ยังเด็กอยู่แต่แก่แดดเป็นบ้าเลย
ถึงแบบนั้นมันก็เป็นได้ทั้งเพื่อนและน้องชายที่ดีเลยล่ะนะ
ที่มันมาอยู่ที่ญี่ปุ่นเพราะมันต้องมาทำงานให้พ่อ ส่วนผมก็มาช่วยงานมัน ติดเครื่องบินมันมาแล้วผมก็พักแยกกับมัน
อืม ... แต่พอมาคิดดูอีกที มันก็ไม่เลวนักที่จะหันมาเล่นเปียโนอีกครั้ง มันคงจะช่วยให้ผมลืมอะไรได้บ้าง ผมคงจะต้องออกไปซื้อเปียโนมาเล่นแล้วล่ะ
ผมควานหาใบปลิวต่างๆที่ผมได้มาอยากภายในห้อง อืม....มีแต่ใบปลิวแนะนำอาหารทั้งนั้นเลย
หืม ?... แล้วหางตาของผมหันไปพบกับใบปลิวแผ่นหนึ่ง
..... Love song .....
ผมอ่านมันไม่ค่อยออกหรอกเพราะมันไม่ใช่ภาษาเกาหลีนิน้า ผมรู้แค่เพียงว่ามันค่อนข้างดัง ผมเห็นในโฆษณาก็ออกบ่อย ของมันก็ดูถูกดี ผมว่าลองไปดูสักหน่อยก็ไม่เป็นไร
ผมใส่เสื้อโค้ดสีน้ำตาลบางๆไม่หนามากนักกับกางเกงยีน รีบเดินจ้ำใส่รองเท้าอย่างลวกๆเดินออกจากห้องไปแต่ผมก็ไม่ลืมที่จะหยิบใบปลิวไปด้วย
ผมเดินงงงงไปตามแผนที่ในใบปลิว ให้ตายซิมีแต่ตึกสูงๆผมมึนไปหมดเลย คนก็เยอะมากบางคนชนผมจนแทบล้มแต่ไม่ขอโทษผมเลย
ประชากรที่นี้ไร้มารยาทจริงๆ
ผมมอง 2 ฟากถนนเพื่อให้สันณาตไฟบอกให้รถหยุด ถ้าว่าในตอนข้ามไปนั้นมีคนมาชนผมจนล้ม ด้วยความที่ผมรีบร้อนไม่อยากมีปัญหากับใครจึงรีบๆข้ามให้มันผ่านไป
เมื่อผมข้ามาเรียบร้อยแล้วพอดูในมืออีกทีใบปลิวก็หายไปแล้ว ผมหันกลับไปมันอยู่กลางถนนตรงที่ผมล้ม
ไม่ทันเสียแล้ว
สันณาตไฟเขียวบอกให้รถออกวิ่งและแล้ว ...... ใบปลิวมันก็ลอยหายลับไปอย่างไร้ร่องรอย
ผมเดินจิตใจล่องลอยไปตามถนนที่แสนวุ่นวาย
สุดท้าย....ผมไม่รู้จะเดินไปทางไหนจึงมานั่งพักขาที่นั่งรอรถเมล์ เนื่องจากพอผมจะเดินเข้าไปถามทางชาวญี่ปุ่น พวกเขาก็เดินหนีผมกันไปหมด ...... ผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นสักหน่อย
หญิงสาวนางหนึ่งใส่ชุดแบบ ม.ปลาย ของญี่ปุ่นในแบบหน้าร้อน ผมว่าหน้าจะลองถามทางเขาได้นะ
เอ่อ ... คุณครับ เธอสะดุ้งตัวหันหน้ามาหาผมมองผมอย่างงง เอ่อ ... ผมคงจะพูดภาษาเกาหลีไม่ได้ซินะ
Can you speak English ? เธอพยักหน้าแล้วบอกผมเกี่ยวกับทางไปร้าน Love song เธอพูดผิดบ้างถูกบ้างแต่ไม่เป็นไรหรอกถ้าสิ่งที่เธอบอกจะพอพาผมไปยังร้านนั้นได้
ดูไปเธอคงจะเขินอายที่จะพูดกับผม ก็ ... นะ ผมเป็นชาวต่างชาติ ไม่แปลกอะไรหรอก
ผมจ้องมองเธอขณะที่เธอพูดไปด้วย เธอมีผิวขาวอมชมพูราวกับกลีบกุหลาบ ผมดำแซมน้ำตาลเข้มเป็นระกาย ดวงตาภายใต้กรอบแว่นของเธอสีดำสนิทแต่กลับสดใสดั่งยามเช้า บุคลิกของเธอชังสง่างามราวกับลูกแมวน้อย มันช่วยให้เธอดูน่าหลงใหลยิ่งนัก
ขอบคุณมากครับ ผมบอกกับเธอเป็นภาษาญี่ปุ่นซึ่งดูเธอจะเข้าใจนะ
ไม่รู้เพราะโดนใจ ผมจึงพูดถามชื่อของเธอออกไป
...เซคิกุจิ คาโอริ...
ผมไม่รู้ว่ามันแปลว่าอย่างไร ผมยิ้มให้เธอแล้วพูดเป้นภาษาเกาหลีออกไป
ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณเซคิกุจิ หวังว่าเราคงได้พบกันอีกเร็วๆนี้นะครับ
สีหน้าของเธอดูแปลกใจมากแล้วผมก็เดินไปตามทางที่เธอบอกเพื่อไปซื้อเปียโนที่ร้าน Love song .
ขณะที่ผมเดินไปเรื่อยๆคิดถึงแต่เรื่องของเธอคนนั้น
อา .... ทำไม ผมถึงเพ้อฝันถึงเธอได้ถึงขนาดนี้นะทั้งที่เราเพิ่งจะรู้จักกันแท้ๆ
และแล้วเท้าของผมก็เดินจนมาถึงหน้าร้านขายเครื่องดนตรีขนาดใหญ่ ของคนที่ใฝ่ฝันที่จะอยากได้เครื่องดนตรีที่ดีที่สุด
..... ร้าน Love song สวรรค์ของคนรักเครื่องดนตรี ..
ผมค่อยๆย่างก้าวเข้าไปในร้าน เสียงกระดิ่งตอนเปิดประตูดังเบาๆตามหลังเมื่อผมเข้ามา ภายในร้านเปิดแอร์เย็นช่ำ มีเพลงคลอเปิดเบาๆให้ฟังในร้าน ที่นี้มีเครื่องดนตรีให้เลือกเยอะมากจนผมแทบตาลาย มีแต่ของดีทั้งนั้น ราคาหรอ ไม่ต้องพูดถึง .........
อาจจะเป็นสำหรับบ้างคนแต่สำหรับผมไม่ใช่
เพราะถ้าผมซื้อเปียโนมาสักหลังผมจะไปเอาเงินจากไอ้บ้านั้น !
ผมเลือกดูเครื่องดนตรีต่างๆอย่างใจเย็น วนไปวนมาตั้งหลายทีผมยังรู้สึกไม่ถูกใจเปียโนสักหลังเลย เพราะมันสวย สวยมากจนผมเลือกไม่ได้ แถมเสียงดีทุกหลังซะอีก
ผมล้วงไปในกระเป๋ากางเกงของผม
!!!!!!
กระเป๋าตังค์ ........ กระเป๋าตังค์ของผมหาย !!!!
โอ้ !.... ไม่นะ แล้วผมจะทำยังไงละทีนี้ !
เปียโนก็ไม่ได้เพราะที่นี้รับเฉพาะเงินสด แล้วที่สำคัญ.....ผมไม่มีตังค์กลับบ้าน
เ
สียงกระดิ่งดัง กริ๊ง กริ๊ง กระทบประตูหน้าร้าน .... ผมไม่ได้ใส่ใจกับเสียงนั้นมากเท่าไร เพราะมัวแต่กลุ้มใจเรื่องประเป๋าตังค์อยู่
ฮือ ! .... วันนี้มันวันอะไรกันนะ โชคร้ายเป็นบ้าเลยเรา
มีคนมาสะกิดหลังผม ผมสะดุ้งจากพะวัง
ผมหันควับทันทีด้วยความตกใจ !!!!
..
..
..
..
จบแล้วค่ะ>3<จบตอนนะค่ะ หึหึหึหึหึ ตอนต่อไปก็ต้องอยู่ที่อาต้าแหละค่ะ X9
ภาพของตัวละครค่ะ
นี้ภาพท่านมินค่ะ (ท่านมินขา~~~)

โอ้.....วาดตาไม่เท่ากันอีกแล้ว=w=llll
ส่วน สายันต์ นะค่ะ เป็นตัวละครออริของเราค่ะ เป็นลูกชายสุดที่รักค่ะ แหะๆๆไว้จะเอามาให้ดูที่หลังนะค่ะ
ส่วนเซคิกุจินะค่ะ ดูภาพ SD ที่บลอคอาต้านะค่ะ^^~
*** ขอแถมค่ะ ***
อันนี้ไม่เกี่ยวกะเนื้อเรื่องนะค่ะ มันอยากเขียน =w= เรามารั่วกันเถอะค่ะ หึหึหึหึ
โซล **** รั่วค่ะ ****
ตอนที่ผมพบกับเธอ เธอชังน่ารักจนทำให้ผมหลงใหลก็ผมจะเดินจากเธอไป
เธอกระชายเสื้อโค้ดของผมแล้ว เธอรวบมือไว้ที่สีข้าง มันเปล่งแสง
พลัง .... คลื่นเต่าสะท้านฟ้า !!! เธอพูดแล้วปล่อยแสงนั้นใส่ผมเป็นทางยาว
อึ้ก ! ผมโดนมันเต็มๆจนผมกระอักเลือดออกมาจากปาก
" หยึ้ย .... ยัยตัวแสบ " ผมลุกขึ้นมาแล้วกระโดดหลบคลื่นเต่าอีกลูกของเจ้าหล่อน
ผมหลบไปเรื่อยๆจนแทบจะจนมุม ผมแทบไม่มีแรงอยู่แล้ว .... ตอนนี้ผลหนีจนไม่มีที่ให้ผมหลบอีกแล้ว
ผมรวบกำลังสุดท้ายของผมแล้วปล่อยออกไปใส่เธอ
สโตน่า ซันชายยยย ผมปล่อยท่านั้นไปโดนอย่างจังแล้วเธอก็กระเด็นหายไปจนลับตา
ตอนนี้ทุกอย่างเหลือแต่เพียงความว่างเปล่า ..... ผมหันหัวไปทางซ้ายอย่างเหนื่อยคอ แล้วผมก็เป็น ....
ร้านขายเนื้อ
ผมวิ่งไปที่ร้านเข้าไปในนั้นแล้วหยิบปังตอออกมา
ผมจะไปตามทางของผม
ผมจะไปฆ่าคนเขียนเรื่องนี้ทั้ง 2 คน เตรียมตัวไว้ให้ดี
.......
........
.......
.....
......
.....
.....
....
ขณะนี้ ได้เกิดคดีรั่ว นักเขียนเรื่องนี้ฝ่ายหญิงรั่วหมดเลือดตายคาคอมเพราะจ้องท่านมินมากเกินไป
ไดอิ้งเมจเสจ : พลังแว่นสุดยอด !!!
ไปก่อนนะค่ะ ถ้าอยากอ่านเร็วๆก็อยุ่ที่อาต้านะค่ะ โฮะๆๆๆๆ(อาต้า~~~เร็วน่า~~)
edit @ 2006/05/13 21:01:18
edit @ 2006/05/13 21:05:02
)
