กร๊าซซซซซซซซซซซซ
วันนี้เรามากับการเผาอาจารย์สุดที่ร้ากกกก~~~
เปงฟิคที่อาจารย์ของเราที่ลาออกไปแล้วแต่งขึ้น มีแค่ 2 ตอนเท่านั้นเองง่ะค่ะ แหะๆๆๆ รุ่นพี่คนไหนในบางแก้วมีเนื้อเรื่องจะบริจาคออกนะค่ะ จะเอามาลง
มาเริ่มกันเลย~~~~
********************************
เสี้ยวลิ้ม บู้ตึ๊ง ง๊อไบ๊ เตียมชัง คุนลุ้น ฮั่วซัว ท่านใช่เคยได้นามสำนักเหล่านี้หรือไม่ ?
ค่ายกลอรหันต์ของเสี้ยวลิ้ม เพลงกระบี่สองสัณฐานของบู๊ตึ๊ง กระบี่พชิตสุริยันง๊อไบ๊ ขวานทลายภูผาฮั่วซัว ท่านเคยได้ยินมาหรือไม่ ?
แล้วสำนักกระบี่แก้วเล่า วิชากิมกังจี้ (ดรรชนีเทวราช) ของประมุขสำนักนามเซ็กซันเกี่ยม (กระบี่เสกสรรค์) ท่านเคยรับทราบมาหรือไม่?
กระบี่เสกสวรรค์ ย่อมมิใช่ศาสตราวุธเล่มหนึ่ง ยิ่งย่อมมิใช่กระบี่ด้ามหนึ่ง แต่เป็นบุคคลหนึ่ง บุคคลธรรมดาคนหนึ่ง วิทยายุทธที่ใช้กลับเป็นพลังดรรชนีสายหนึ่งอันเป็นสีรุ้งม่วง ทว่ามิมีผู้ใดทราบว่าเหตใดนานท่านจึงเป็นกระบี่ (เกี่ยม) หรือเรื่องราวนี้มีความนัยอันเร้นลับอันใดแฝงอยู่
...............................
สำนักกระบี่แก้ว ย่อมเป็นที่ซ่องสุมมังกรซ่อนพยัคฆ์ บรรดาเหล่าซือแป๋ (อาจารย์) และบุคคลในสำนักล้วนแล้วแต่มีวิทยายุทธอันสูงส่งทรงภูมิปัญญาอันเลิศทั้งสิ้ม ก็เป็นบุคคลใด ?
นาต๋าซาซือแป๋ (ครูนา,ครูตาอาจารย์สาม) หัวหน้าหอเก็บคัมภีร์นาง ทั้งสองมีภูมิรู้กว้างขวางยิ่ง นับแต่ดินแดนเทียนต๊ก (ชมพูทวีป) ตลอดจนพู้ซึ้ง (ญี่ปุ่น) แห่งดินแดนตังอ้วง นางสู้ดั้นด้นค้นหาคัมภีร์ วิชาฝีมืออันล้ำเลิศ เพื่อศิษย์น้อยใหญ่ในสำนักได้เล่าเรียน
เนี่ยมกงจื้อ (คุณชายตระกูลเนียน) ย่อมเชี่ยวชาญวิชาดนตรีเป็นยิ่ง ฟังว่าเก้ากระบวนท่าขลุ่ยฟ้าลั่นนั้น ดินฟ้ากำสรวจ อันเป็นกระบวนท่าสุดท้ายท่านมิมีโอกาศได้ใช้ให้ชมดูกันกว่ายี่สิบปีแล้วเพราะคู่มือของท่านล้วนแล้วแต่บาดเจ็บล้มตายในกระบวนท่าที่แปดแทบทั้งสิ้น
ง้วยกิมโกย (หงวนไก่ทอง) และซักเฮีย (พี่ศักดิ์) เล่า ฝีมือเยี่ยงใด ? ทั้งสองย่อมเป็นสุดยอดฝีมือแห่งมณฑลตะวันออกเฉียงเหนือวิชาคว้าจับและไต้ซิ่วอิ่น (ประทับหัตถ์ใหญ่)ย่อมสร้างชื่อมานานโดยเฉพาะแล้ววิชาฝ่ามือประ๖เหล็กจากนอกกำแพงใหญ่ฝึกถึงขั้นแมลงวันยากบินผ่านแล้ว
ซูเล่าฮิว (พ่อเฒ่าชู) เป็นบุคคลเยี่ยงไร ท่านย่อมชมชอบทำสวนไม้ยิ่ง ฟังว่าวิชาค่ายกลร้อยบุปผาในสวนท่านถึงกับกักกันยอดฝีมือผู้บุกรุกสำนักได้เจ็ดแปดชั่วยามทีเดียว
จั่นได้เฮียบ (ผู้กล้าหาญแช่จันทร์) ย่อมขับขี่รถม้ารวดเร็วยิ่งย่อมมีนิสัยประหลาดพิกลยิ่งเป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่าย่อมเทิดทูนคุณธรรมน้ำมิตรเป็นยิ่ง แต่สิ่งชิงชังที่สุดชั่วชีวิต ฃผู้กล้าคือ ยาเม็ดม่วงมอมประสาท มิว่าผู้ใดเสพเข้าไปก็คล้ายกับเป็นคู่อริของท่านมิปาน
ปุ๊ซือไถ้ (แม่ชีปุ๊) เป็นอย่างไร วิชาลมปราณกรรมฐานของนางย่อมล้ำลึกยิ่งนัก เป็นพื้นฐานการฝึกวิทยายุทธทุกแขนง ศิษย์น้อยใหญ่ในสำนักล้วนแล้วแต่ต้องผ่านการฝึกฝนจากนางทั้งสิ้น จึง จะฝึกเพลงยุทธอื่นใดได้
น่ออัน (อัญสองอัญ) นางทั้งสองย่อมดียิ่ง เรื่องราวในดลกหล้ามาตรแม้นท่านประสบอุปสรรค เพียงหาหรือน่ออันสองสามคำ เรื่องราวเหล่านั้นก้อง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ
ยังมีผู้กล้ายอดฝืมืออีกมากมายนัก มิว่าจะเป็นพู่กันอำพันแสง โต๊ะชินแส (ครูโต๊ะ) ลูกเหล็กอัสนีบาต เป็งไหนไน่ (ยายเพ็ญ) หรือ ตู่เชียง (เชียบคำยกย่องสตรีนามตู่) แพทย์ประจำสำนักแม้แต่ท่องกี่แป๊ะบ้อ (ป้าทองดี) วิชาชงชาของนางย่อมเป็นที่หนึ่ง บางครานางถึงกับว่าจ้างรถม้าเดินทางไกลหลายร้อยลี้เพื่อบรรทุกหิมะจากภูเขาเทียนซัวมาชงชาเป็นน้ำชาให้ดื่มกินกัน
..............................
ชั่วชีวิตของข้าพเจ้า มีความเพ้อฝันอันเหลวไหลประการหนึ่ง คือ บางคราวข้าพเจ้าคิดจะนั่งจิบน้ำชากลางค่ายกลร้อยบุปผาชมการร่ายรำล้อฮั่นคุ้ง(หมัดอรหันต์)ของหวัดจังก้วง (พ่อบ้านวัฒน์) ประสานกับเพลงขุล่ยฟ้าลั่น ซึ่งข้าพเจ้าเข้าใจชัดเจนดีว่าตนเองคงจะมีความสุขยิ่งนัก แต่ข้าพเจ้าก็เข้าใจชัดเจนดีว่าคงเป็นไปมิได้ มิหมายความว่าพวกเขาเหล่านั้นจะห่างยุคจากข้าพเจ้าสามร้อยปีเศษ ถถึงแม้ข้าพเจ้าจะอยู่ยุคสมัยนั้นข้าพเจ้าก็ไม่มีเกียรติภูมิสูงส่งเพียงพอเทียบเท่าเขาเหล่านั้นนั่นเอง
.....................................
พวกเขาเหล่านั้นย่อมมีชีวิตเช่นเดียวกับท่านทั้งหลาย เช่นเดียวกับข้าพเจ้า ต่างกันเพียงแต่ว่าเมื่อข้าพเจ้าได้อ่านรับรู้เรื่องราวของพวกเขาแล้ว บางครั้งข้าพเจ้าก็อดที่จะตื้นตันใจในมิตรภาพที่เขามีต่อกันมิได้ บางครั้งก็รู้สึกเศร้าใจในชะตากรรมบางประการที่พวกเขาประสบ และอีกหลากหลายคราที่โลหิตในร่างกายของข้าพเจ้าพลุงพล่านในวีรกรรมอันห้าวหาญที่พวกเขากระทำ ข้าพเจ้ารู้สึกชมชอบเป็นยิ่ง ท่านเล่า ? ท่านใช่ชมชอบเฉกเช่นข้าพเจ้าหรือไม่ ?
.....................................
นามของคนเงาของไม้มิใช่เป็นสิ่งที่ควรดูแคลนยิ่งพวกเขาเหล่านั้นย่อมไม่มีใครดูแคลนยิ่งมิมีผู้ใดดูแคลนและมิมี บุคคลผู้ใดกล้าดูแลแคลนตลอดกาล
ชั่วชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นสวยงามเพียงได บรรเจิด เพริศแพร้วเพียงใด เมื่อเปรียบเทียบกับอายุขับของโลกเฉกเช่นท่าน เฉกเช่นนั้นข้าพเจ้าอันมีอยู่น้อยนิดยิ่ง ทว่าพวกเขาเหล่านั้นคล้ายดั่งเพียงดาวตกชั่ววูบเดียว แต่ว่าเพียงวูบชั่วขณะที่พาดผ่านขอบฟ้าอันไกลโพ้นยามราตรีแล้ว จะมีสิ่งใดกระจ่างเทียมเท่าเล่า ? จะมีสิ่งใดสวยงามเท่า ?
เอาเถิด มาตรแม้นมิรังเกียจล้างโสตรับฟัง ข้าพเจ้าสัญญากับท่านว่าจะร้อยเรียงเรื่องราวของพวกเขาเหล่านั้นเป็นตำนานที่พิสดารอันหนึ่ง เผื่ว่ามิแน่นักท่านอาจจะชมชอบพวกเขาเหล่านั้นเฉกเช่นข้าพเจ้าก็เป็นได้
ขึ้นเก้าคำเดือนแปด ยามฟ้าสาง
***ตามต่อตอนหน้า***
เอ้อ!~~~~~~~~~~.....นึกว่าจะพิมพ์ไม่เสร็จซะแล้ว
เสร็จจนได้ !
ส่วนใหญ่ก้อเปงการนินทาอาจารย์ทั้งนั้นแหละ(อาจารย์เขียนนินทาอาจารย์ให้เด็กอ่าน โฮกๆๆ)
หวังว่าทุกคนคงเข้าใจนะค่ะ
มาเรียนที่เดียวกะเราจะรู้ว่ามันเปงเรื่องจริง เหอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
จะมาต่อตอนหน้าให้นะค่ะ เปงตอนจอบแหละ(เหมือนตัดจบเลยเนอะ)
อย่าลืมติดตามนะค่ะ^^~
edit @ 2006/04/18 01:20:43
edit @ 2006/04/18 01:22:24
edit @ 2006/04/20 00:24:23
(แอบบ่นๆ
) อิอิอิ
แน่จิงใส่เราเข้าไปเป็นพระเอกจิ เดี๋ยวอาจจะเข้าใจขึ้นก้อได้นะ อิอิอิ
